มะเร็งปากมดลูก

“มะเร็งปากมดลูก” คือโรคสตรีที่สามารถเฝ้าระวังได้และเป็นหนึ่งในจำนวนโรคไม่กี่โรคที่เป็นการตรวจร่างกายประจำปี มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดของมะเร็งในหญิงไทย รองลงมาคือมะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกนั้นปัจจุบันพบว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (human papilloma-HPV) ชนิด 16 และ 18 เป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น หญิงที่มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีสามีที่มีคู่นอนหลายคน เป็นต้นเหตุให้เกิดการรับเชื้อเอชพีวีจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ หรือเคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ เริม ซิฟิลิสหรือหนองใน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงด้วย เคยมีคำกล่าวว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนึ่ง นอกจากเชื้อไวรัสเอชพีวีแล้ว ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ เศรษฐฐานะต่ำ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกด้วย อาการของมะเร็งปากมดลูกมักจะพบมากที่สุด คือ อาการเลือดออกทางช่องคลอด อาจจะออกกะปริบกะปรอย มีตกขาวปนเลือด มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ในระยะท้ายจะมีอาการขาบวม ปวดก้นกบ ปัสสาวะ อุจจาระเป็นเลือด ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว โอกาสรักษาหายจะเหลือน้อย ประมาณร้อยละ 20-30 เท่านั้น แต่ถ้ามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรกนั้นมักจะไม่มีอาการใดๆ ถ้าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรก จะรักษาหายได้ถึงร้อยละ 70-80 ทีเดียว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแพ็ปสเมียร์ สามารถทำการตรวจได้ง่าย การตรวจแพ็ปสเมียร์ (Pap smear) นั้น แพทย์จะเก็บเซลล์ที่ผิวจากบริเวณช่องคลอดส่วนบน บริเวณปากมดลูกด้านนอก และบริเวณปากมดลูกด้านใน แล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์ แช่ในน้ำยาที่เป็นกรดทันที เพื่อนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจดูว่ามีเซลล์ผิดปกติหรือไม่ ถ้าพบเซลล์ผิดปกติ ก็จะต้องสั่งตรวจด้วยกล้องส่องตรวจปากมดลูกแล้วตัดชิ้นเนื้อเล็กน้อยจากบริเวณที่มองเห็นจากกล้องว่าเป็นบริเวณที่น่าจะผิดปกติมากที่สุด ผลการตรวจชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวจะสามารถบอกได้ว่าเป็นเซลล์ผิดปกติระดับใด หรือมีเซลล์ที่กลายเป็นมะเร็งแล้ว จากนั้นทำการรักษาตามที่ได้วินิจฉัย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Comments are closed.