พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระที่นั่งอนันตสมาคม อาคารหินอ่อนแบบโดมคลาสสิกโรมัน ผสานศิลปะอิตาเลียนเรอเนอซองส์ และแบบนีโอคลาสสิก ภายนอกประดับด้วยหินอ่อนจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี บางส่วนแกะสลักเป็นรูปพันธุ์พฤกษาและคนเพื่อประดับอาคาร รูปทรงเป็นแบบเดียวกับวิหารเซนต์ปีเตอร์ แห่งโรมและโบสถ์เซนต์ปอลแห่งกรุงลอนดอนที่งดงาม ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่รับรองแขกเมืองและประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน

โดยมิสเตอร์ เอ็ม.ตามานโย (M.Tamango) ช่างจากอิตาลีเป็นผู้ออกแบบ นายซี อัลเลกรี เป็นวิศวกร เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง หลังจากดำเนินการได้เพียง 2 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงรับช่วงก่อสร้างต่อจนสำเร็จลงในอีก 6 ปีต่อมาตรงกับ พ.ศ. 2458 รวมทั้งสิ้น 8 ปี ลักษณะเด่นของอาคารแห่งนี้อยู่ที่ช่วงบนซึ่งเป็นรูปโดมทำจากทองแดง มีโดมใหญ่อยู่ตรงกลางและโดมเล็กๆ รายรอบ 6 โดม ภายในพระที่นั่งบนเพดานโดมตกแต่ง ด้วยภาพเขียนเฟรสโก (ภาพเขียนสีบนปูนเปียก) เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 3 6 แห่งราชวงศ์จักรี จำนวน 6 ภาพ ใต้โดมกลางเป็นโดมใหญ่ที่สุดมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพดานนับจากใต้โดมตลอดบริเวณท้องพระโรงกลาง มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” สลับกับ “วปร.” อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีบันไดหินอ่อนโค้งสวยงามทอดตัวนำไปยังชั้นบนที่มีลักษณะเป็น ห้องโถงยาว เพดานสูง นอกจากนี้ยังมีลวดลายอันงดงามตั้งแต่เพดานรูปโค้งเชื่อมหัวเสาทั้งสองด้าน ส่วนตัวเสาสร้างด้วยหินอ่อนทั้งต้น มีลวดลายการแกะสลักอย่างงดงาม โดยเฉพาะเสาแบบ “โครินเธียน” ที่หัวเสาสลักด้วยลวดลายใบไม้อันสวยงาม เป็นแบบที่นิยมใช้มาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ นอกจากนั้นเหนือพระทวารหรือประตูทุกประตู มีตุ๊กตาโรมันแกะสลักจากหินอ่อน มีพวงมาลัยหินอ่อนคล้องคอประดับไว้อย่างน่าชม พระที่นั่งอนันตสมาคมแต่เดิมใช้เป็นที่ประกอบ พระราชพิธีรัฐพิธีต่างๆ และเคยเป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังย้ายการประชุมมายังรัฐสภาใหม่ ด้านหลังของพระที่นั่งฯ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรศิลป์แผ่นดิน โดยสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมความงดงาม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand

Comments are closed.