‘นมแม่’ พัฒนาสมองลูกอย่างไร?

ว่ากันด้วยเรื่องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งประกอบด้วยหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม ความพยายาม ความอดทน การมีแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น ความชำนาญในสิ่งนั้นๆ ฯลฯ หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม แต่ทราบหรือไม่คะว่าจุดแรกเริ่มที่จะนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จในชีวิตของมนุษย์ คือ “นมแม่”

นมแม่กับการพัฒนาสมองลูกรัก พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย อธิบายเรื่องนมแม่กับการพัฒนาสมองลูกไว้ว่า นมแม่เป็นอาหารเริ่มแรกที่แม่สร้างไว้ให้ลูก จุดเริ่มต้นที่จะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จได้คือ “วางลูกไว้บนอกแม่ครึ่งชั่วโมงหลังคลอด” ซึ่งนับว่าเป็นชั่วโมงที่สำคัญสุด นอกจากนี้เมื่อตาของลูกกับแม่ประสานกัน เกิดการโอบกอด ลูกได้ดูดนมแม่ ได้ยินเสียงหัวใจของแม่หรือ สายสัมพันธ์จากการโอบกอดแนบเนื้อ (Skin to Skin Contact) ได้สร้างขึ้นเป็นสายใยแห่งความผูกพันตั้งแต่แรกเกิดนั่นคือ สื่อสัมพันธ์ที่ไปกระตุ้นสมอของลูก ที่เป็นซิแนปส์ (synapse) ซึ่งเสมือนเป็นแขนขาเชื่อมเซลล์ประสาทนับพันล้านเซลล์ โดยภายในขวบปีแรกเซลล์สมองจะเติบโตถึง 90% ดังนั้นการเรียนรู้ในวัยนี้ ไม่ว่าจะเรียนรู้จากสายตาของแม่และลูก การโอบกอด การรอคอยแม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ เมื่อลูกได้เรียนรู้การแสดงออกทางพฤติกรรมที่หลากหลาย จะยิ่งไปกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจากมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำถึงประโยชน์ของนมแม่ต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยไว้ว่า การสัมผัสโอบกอดลูกช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาท ทำให้มีการแตกแขนงของโยงใยประสาทในสมองมากขึ้น อีกทั้งการ พูดคุยกับลูก มีการสื่อสารทางสายตาระหว่างแม่-ลูก และสารอาหาร เช่น DHA ในนมแม่ล้วนส่งผลต่อระดับเชาว์ปัญญาในเด็กที่กินนมแม่ จะเห็นได้จากผลการวิจัยของ Lucas A และคณะ (1992) พบว่า ปริมาณนมแม่ที่ให้กับทารกมีผลโดยตรงต่อคะแนนเชาว์ปัญญา โดยเฉพาะค่าคะแนนทางด้านการพูด (verbal scale) สูงกว่าทารกที่ไม่ได้รับนมแม่ถึง 9 จุด นั่นคือ ยิ่งให้น้ำนมแม่เป็นระยะเวลานานมากขึ้นเท่าใด ก็จะมีผลให้สมองพัฒนามากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ นมแม่ยังมีผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ด้วย จากผลการวิจัยเพื่อศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่โดย ดร.วีณา จีระแพทย์ และคณะ พบว่า เด็กกลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน มีคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์โดยรวมและรายด้าน (ด้านดี เก่ง และสุข) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กกลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมแม่ร่วมกับนมผสม และของกลุ่มเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผสมร่วมกับอาหารเสริมอื่นๆ และยังพบว่าระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน มีคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์โดยรวมสูงกว่าของกลุ่มที่ได้นมแม่อย่างเดียว 4 เดือน และ 1 เดือน
ดังนั้นเมื่อลูกได้กินนมแม่ล้วนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน และกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยไปจนถึง 2 ปีนั้น แสดงให้เห็นว่านี่คือ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาความชาญฉลาดทางสมองและทางอารมณ์ เมื่อทักษะในการบริหารของสมองส่วนหน้า Executive Functions (EF) ที่กำกับความคิด การรู้สึก การกระทำให้ไปสู่เป้าหมายได้ถูกพัฒนา โอกาสที่เด็กเติบโตมาอย่างเป็นคนที่มีคุณภาพนั้นเรียกได้ว่า 100 % เลยทีเดียว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Comments are closed.